วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ความหมายและความสำคัญของการคบเพื่อนต่างเพศ

              ความหมายและความสำคัญของการคบเพื่อนต่างเพศ


                 เพื่อน หมายถึง บุคคลผู้เป็นที่รักใคร่ชอบพอ สนิทสนม คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เช่น เพื่อนร่วมรุ่น เพื่อนร่วมชั้นเรียน                               การคบเพื่อนต่างเพศ หมายถึง การคบหาสมาคมกับบุคคลที่ต่างจากเพศเดียวกับตน เมื่อวิเคราะห์ถึงความสำคัญของการคบเพื่อนต่างเพศแล้วจะพบว่า เพื่อนเป็นบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของวัยรุ่นทุกคน เพราะสามารถสร้างความสุขสดชื่น สนุกสนาน และเป็นคนที่คอยแนะนำและให้คำปรึกษาแก่เราทั้งในยามสุขและยามทุกข์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งการคบเพื่อนถือว่าเป็นรูปแบบของพัฒนาการทางสังคมที่สำคัญอย่างหนึ่งของวัยรุ่น

                วัยรุ่นเมื่อย่างก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่ย่อมมีความต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่นอกเหนือไปจากเพื่อนเพศเดียวกัน นั่นก็คือ ความปรารถนาจะได้ความเป็นเพื่อนกับเพศตรงข้าม ซึ่งเป็นความต้องการตามธรรมชาติ และการคบเพื่อนต่างเพศนี้เอง จึงทำให้เกิดการเรียนรู้ถึงวิธีการปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนต่างเพศเพื่อนำไปสู่การมีครอบครัวในอนาคต และโดยเหตุที่ธรรมชาติของเพศชายและเพศหญิงมีความแตกต่างกัน นักเรียนจึงควรเรียนรู้ ทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวให้ถูกต้อง จะช่วยให้พัฒนาการทางวุฒิภาวะและบุคลิกภาพมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

วัยรุ่นกับปัญหาความรักข้ามรุ่น

วัยรุ่นกับปัญหาความรักข้ามรุ่น 


     คุณกำลังตกหลุมรักใครบางคนที่มีอายุมากกว่าคุณหลาย ๆ ปี อยู่หรือเปล่าไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลย ความรักเป็นสิ่งที่ดี ช่วยชุบชูชีวิตให้แจ่มใส เบิกบาน มีความสุข การที่คุณแอบไปรักไปชื่นชมใครบางคนที่มีอายุมากกว่าคุณ เช่น รุ่นพี่ ครูอาจารย์ คงเป็นเพราะใครคนนั้นมีบุคลิกที่น่าประทับใจ มีอัธยาศัยไมตรีที่ดี มีความเป็นสุภาพบุรุษสมชาย หรือไม่ก็สวยน่ารัก ทำให้คุณอดที่จะรักไม่ได้  แต่ความจริงแล้ว ความรู้สึกของคุณนั้นไม่ใช่ความรัก เป็นแค่ความหลงไหลชั่วคราวเท่านั้นเอง เหมือนหลงรักเจ้าชายเจ้าหญิงในฝัน ไม่ช้าเมื่อคุณพบคนใหม่ที่เหมาะสม และอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงที่สังคมยอมรับ คุณก็จะลืมคนเก่าไปเองโดยอัตโนมัติ  เก็บความประทับใจของคุณเอาไว้เป็นความทรงจำที่ดีต่อไปเถอะนะ การแอบรักไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ถ้าคุณเผลอแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งนี่สิคะ เป็นเกิดเรื่องแน่ เพราะย่อมทำให้ต่างฝ่ายต่างเข้าหน้ากันไม่ติด หรือถ้าคุณโชคร้ายไปเจอคนไม่ดี เขาอาจฉวยโอกาสที่คุณหลงรักเขา ตักตวงเอาผลประโยชน์จากคุณ ทำให้คุณต้องเสียใจในภายหลังก็ได้  ตอนนี้คุณยังอยู่ในวัยเรียน ควรจะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด เรื่องรักรอเอาไว้ก่อน คุณยังมีโอกาสพบคนอีกมากมายในชีวิต ถ้าคุณไม่ใจร้อน คุณจะได้เลือกคนที่ดีที่สุดสำหรับคุณไงล่ะ
 

วัยรุ่นกับการอกหัก

วัยรุ่นกับการอกหัก 


          มีวัยรุ่นหลายคนที่เคยพบกับปัญหาถูกแฟนหรือคนรักตีจาก ต้องพกพาความเศร้าเสียใจ ความชอกช้ำระกำใจ ร้องไห้ฟูมฟายว่าตนเองกลายเป็นคนอกหัก ถูกแฟนหรือคนรักหมดรัก ทอดทิ้ง และกล่าวโทษตนเองว่าไม่ดีพอ ไม่สวย ไม่น่ารัก จึงไม่สามารถพิชิตใจคนรักไว้ได้ กล่าวโทษคนรักว่าเขาไม่ดี หลายใจ มากรัก ไม่ซื่อสัตย์ ทั้ง ๆ ที่ตนเองเป็นคนดี ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้เขาทั้งหมด เป็นต้น 

     หากใครที่กำลังประสบกับปัญหาอกหักอยู่ มาพิจารณากันดีกว่าว่าเมื่ออกหักแล้วจะทำอย่างไรลองถามตัวเองว่าอกหักแล้วเราเสียอะไรไปมากมายแค่ไหน แน่นอนเราต้องเสียใจ แต่จะเสียใจมากน้อยแค่ไหนนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการทุ่มเทของเรา ถ้าทุ่มเททุกอย่างทั้งกายและใจ ก็ย่อมทำให้เราเสียใจมากกับการทุ่มเท เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าตัวเรา ทรัพย์สิน ของมีค่าต่าง ๆ ที่เราเสียไปดูจะมากมายเหลือเกิน ถ้าจะให้ทำใจได้ก็อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อคิดทบทวนเรียกศักดิ์ศรีตนเองให้กลับคืนมา  ลองคิดต่อสักนิดว่า เราเสียหมดตัวแล้วหรือ หรือจริง ๆ แล้วเราเสียหน้ามากกว่า  และลองคิดต่อไปว่า คนหักอกเราเขาจะภูมิใจแค่ไหนที่หลอกเราได้สำเร็จ เขาร่าเริงแต่เราเสียใจ คนอย่างนี้ยังมีคุณค่าแก่เราอีกหรือ ทำไมให้เขาชนะเราง่าย ๆ ทำไมเราไม่เข้มแข็งเอาชนะเขาให้ได้บ้าง  ให้ลองมาพิจารณาว่าการอกหักครั้งนี้ เรายังมีสิ่งอื่น ๆ ที่ยังเหลืออยู่อีก นั่นคือเรายังมีศักดิ์ศรี ยังมีคุณค่า ยังมีอนาคตที่ยาวไกล ยังมีพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงที่เข้าอกเข้าใจ รักและต้องการเราอยู่ ฉะนั้น เราต้องดำเนินชีวิตอยู่เพื่อค้นพบในสิ่งที่ดีกว่าเดิม ไม่จมกับอดีตนานเกินไป เมื่อเราค้นพบความสำเร็จ ความลงตัวในชีวิตที่แท้จริง เราจะรู้ว่าประสบการณ์ครั้งเก่าก่อน สอนให้เราต่อสู้ชีวิตได้มากทีเดียว สิ่งที่เราเคยคิดว่าเราสูญเสียไปกับความรักที่ทำให้เราอกหัก แท้จริงไม่ได้มากอย่างที่เราคิดเลย 

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

หลักการเขียนโปรแกรม

หลักการเขียนโปรแกรม

          ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ้เขียนโปรแกรมจะต้องเข้าใจหลักเกณฑ์ของภาษา
โปรแกรม และระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ ว่ามีโครงสร้างและวิธีการใช้คำสั่งอย่างไร ซึ่งในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีหลักเกณฑ์การเขียนโปรแกรม ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนดังนี้คือ
          1. ทำความเข้าใจและวิเคราะห์ปัญหา
          2. กำหนดแผนในการแก้ปัญหา
          3. เขียนโปรแกรมตามแผนที่กำหนด
          4. ทดสอบและตรวจสอบความถูกต้องของโปรแกรม
          5. นำโปรแกรมที่ผ่านการทดสอบไปใช้งาน

ทำความเข้าใจและวิเคราะห์ปัญหา

          ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องทำความเข้าใจและทำการวิเคราะห์ปัญหาเปํนลำดับแรก เพราะการทำความเข้าใจและวิเคราะห์ปัญหาเป็นสิ่งที่สำคัญโดยที่ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องวิเคราะห์ปัญหาร่วมกับนักวิเคราะห์ระบบว่าโจทย์ต้องการผลลัพธ์อะไร และการให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์นั้น ต้องป้อนข้อมูลอะไรบ้าง และเมื่อป้อนข้อมูลเข้าไปแล้วจะทำการประมวลผลอย่างไร สิ่งหล่านี้ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง เพราะถ้าผู้เขียนโปรแกรมวิเคราะห์ปัญหาไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็อาจจะไม่ตรงกับความต้องการของโจทย์ได้


กำหนดแผนในการแก้ปัญหา

          หลังจากทำความเข้าใจและวิเคราะห์ปัญหาโจทย์จนได้ข้อสรปุว่าโจทย์ต้องการอะไรแล้ว
ผู้เขียนโปรแกรมก็จะทำการกำหนดแผนในการแก้ไขปัญหาโดยการเขียนผังงาน (Flowchart) ซึ่งการเขียนผังงานคือการเขียนแผนภาพที่เป็นลำดับ เพื่อแสดงขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ การเขียนผังงานมี 3 แบบคือ แบบเรียงลำดับ(Sequential) แบบมีการกำหนดเงื่อนไข(Condition) และแบบมีการทำงานวนรอบ(Looping) ซึ่งสัญลักษณ์ของผังงาน(Flowchart Symbol) มีดังนี้คือ


                 สัญลักษณ์                                                           ความหมาย
                                                          เริ่มต้นทำงาน

                                                    กำหนดค่าหรือประมวลผล

                                                       รับข้อมูลและแสดงผลข้อมูล

                                                         รับข้อมูลทางแป้นพิมพ์

                                                  การตัดสินใจ

                                                    ใช้แสดงผลข้อมูลทางจอภาพ

                                                         ใช้แสดงผลข้อมูลออกทางเอกสาร

                                                                       ทิศทางการดำเนินงาน

                                                                   ตัวเชื่อมต่อภายในหน้าเดียวกัน

                                                                    ตัวเชื่อมต่อไปหน้าอื่น


เขียนโปรแกรมตามแผนที่กำหนด

          เมื่อผู้เขียนโปรแกรมเขียนผังงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเขียนโปรแกรมตามผังงาน ที่ได้กำหนดเอาไว้ ในกรณีที่เขียนด้วยภาษาซีการเขียนโปรแกรมก็ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์และโครงสร้างของภาษาซี เท่านั้น

ทดสอบและตรวจสอบความถูกต้อง

          หลังจากขียนโปรแกรมเสร็จแล้วให้ทดลองคอมไพล์โปรแกรมว่ามีจุดผิดพลาดที่ใดบ้าง ในภาษาซีการคอมไพล์ โปรแกรมจะใช้วิธีการกดปุ่ม Alt + F9 ในกรณีที่ มีข้อผิดพลาดจะแสดงในช่องด้านล่างของหน้าจอเอดิเตอร์ ในส่วนของกรอบ message ให้อ่านทำความเข้าใจ และแก้ไขตามที่โปรแกรมแจ้งข้อมูลผิดพลาด เมื่อเสร็จแล้วให้ทดลองรันโปรแกรม


นำโปรแกรมที่ผ่านการทดสอบไปใช้งาน

          ถ้าหากรันโปรแกรมแล้วใช้งานได้แสดงว่าจะได้ไฟล์ที่มีส่วนขยายเป็น EXE เพื่อนำไปทดสอบ้งานในที่ต่างๆ และถ้านำไปใช้งานแล้วมีปัญหาก็ให้ทำการแก้ไขโปรแกรมอีกครั้ง แต่ถ้ารันโปรแกรมแล้วไม่มีปัญหาใดๆ แสดงว่าโปรแกรมนี้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ จากนั้นผู้เขียนโปรแกรม ก็ต้องจัดทำคู่มือประกอบการใช้งานและนำไปเผยแพร่ต่อไป

ภาษาคอมพิวเตอร์


 ภาษาคอมพิวเตอร์

     ภาษาคอมพิวเตอร์ หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่โปรแกรมเมอร์เขียนเพื่อใช้สั่งงานตามรูปแบบ
และโครงสร้างของภาษาซึ่งแบ่งได้ 3 ระดับดังนี้คือ

          1. ภาษาระดับต่ำ (Low Level Language) เป็นภาษาที่มนุษย์ทำความเข้าใจได้ยาก ส่วนใหญ่ต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ และฮาร์ดแวร์เป็นอย่างดีจึงจะสามารถ
เขียนโปรแกรมสั่งงานได้มีข้อดีในส่วนที่เขียนโปรแกรมควบคุมอาร์ดาแวร์แต่ละส่วนได้โดยตรงจึงทำงานได้เร็ว แต่ไม่เหมาะที่จะใช้ในการพัฒนาโปรแกรม ตัวอย่างของภาษาระดับต่ำได้แก่ ภาษาเครื่อง (Machine Language) และภาษาแอสเซมบลี (Assembly Language) เป็นต้น

          2. ภาษาระดับกลาง (Medium Level Language) เป็นภาษาที่ทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก เพราะมีลักษณะ เป็นภาษาแบบโครงสร้าง ทำความเข้าใจได้เหมือนกับภาษาระดับสูงแต่ทำงานได้รวดเร็ว
เหมือนกับภาษาระดับต่ำ สามารถใช้บนเครื่องที่มีความเร็วต่างกันโดยไม่ต้องดัดแปลง ภาษาระดับกลางจึงเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลาย ตัวอย่างของภาษาระดับกลาง ได้แก่ ภาษาซี เป็นต้น

          3. ภาษาระดับสูง (High Level Language) เป็นภาษาที่ทำความเข้าใจได้ง่าย มีลักษณะของ
การใช้คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษซึ่งใกล้เคียงกับภาษามนุษย์มากการสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานจะต้องมีการแปลความหมายของคำสั่งโดยใช้ตัวแปลภาษาทีละชุดคำสั่งที่เรียกว่า Interpreter หรือแปลครั้งเดียวทั้งโปรแกรมที่เรียกว่า Compiler

ผังงาน Flowchart

ผังงาน Flowchart

ในการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ โดยทั่วไปจะมีหลักการ
หรือขั้นตอนที่สาคัญทั้งหมด 5 ขั้นตอนได้แก่

                             1. การวิเคราะห์ปัญหา
                             2. การออกแบบโปรแกรม 
                             3. การเขียนโปรแกรม 
                             4. การทดสอบและแก้ไขโปรแกรม 
                             5.ทำเอกสารประกอบโปรแกรม
 
            ดังนั้นก่อนที่จะลงมือเขียนโปรแกรมในขั้นตอนที่ 3 หลังจากทาการ
วิเคราะห์ปัญหาแล้ว จะต้องมีการออกแบบโปรแกรมเพื่อเป็นการวางแผน
การทำงานก่อน ผังงาน Flowchart เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้อธิบายลำ
ดับขั้นตอนการทางานในรูปแบบแผนภาพ โดยใช้สัญลักษณ์รูปร่างต่าง ๆ
 ที่มีความหมายแทนคาสั่ง และใช้ข้อความในสัญลักษณ์แทนข้อมูลตัวแปร
 ตัวดาเนินการทางการคานวณ และการเปรียบเทียบ นอกจากนั้นผังงาน
ยังใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างขั้นตอนการทางานต่าง ๆ โดยสามารถ
แบ่งลักษณะการทางานและความสัมพันธ์เป็นรูปแบบต่างๆ ได้แก่ 
การทางานแบบมีลาดับ การทางานแบบมีเงื่อนไข และการทางานแบบ
ทาซ้าภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ หลังจากนั้นจึงนาผังงาน Flowchart ที่ออก
แบบไว้นาไปเขียนเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ ดังนั้นผังงานจึงเป็นเครื่องมือ
ที่ช่วยให้ผู้เขียนโปรแกรมและผู้ใช้ สามารถมองเห็นภาพการทำ
งานของโปรแกรมที่กาลังจะสร้างได้อย่างเป็นระบบและง่ายขึ้น

ประเภทของผังงาน โดยทั่วไปผังงานคอมพิวเตอร์แบ่งเป็น 
2 ประเภทใหญ่

        1. ผังงานระบบ (System Flowchart)

                        เป็นผังงานที่แสดงถึงขั้นตอนการทางานภายใน
ระบบหนึ่ง ๆ เพื่อให้เห็นโครงสร้างโดยภาพรวมของระบบ
 ซึ่งจะแสดงถึงความเกี่ยวข้องของส่วนที่สาคัญต่างๆ ในระบบนั้น
 เช่น เอกสารข้อมูลเบื้องต้น สื่อบันทึกข้อมูลที่ใช้ ข้อมูลจะส่งผ่าน
ไปยังหน่วยงานใด มีกิจกรรมประมวลผลข้อมูลอะไรในหน่วยงานนั้น
แล้วจะส่งต่อไปหน่วยงานใด เป็นต้น ดังนั้นผังงานระบบอาจเกี่ยว
ข้องกับข้อมูลสื่อหรือแหล่งบันทึกข้อมูล วัสดุปกรณ์ คน หรือฝ่ายงาน
ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละจุดจะประกอบไปด้วย  การนาข้อมูลเข้า 
วิธีการประมวลผล และการแสดงผลลัพธ์(Input – Process - Output) 

       2. ผังงานโปรแกรม (Program Flowchart) หรือเรียกสั้นๆ ว่า ผังงาน

            ผังงานประเภทนี้แสดงถึงขั้นตอนของคาสั่งที่ใช้ใน
โปรแกรม ผังงานนี้อาจสร้างจากผังงานระบบโดยผู้เขียนผังงาน
จะดึงเอาแต่ละจุด ที่เกี่ยวข้องกับการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์
ที่ปรากฏในผังงานระบบมาเขียน เพื่อให้ทราบว่าถ้าจะใช้คอมพิวเตอร์ทำ
งานควรที่จะมีขั้นตอนคาสั่งอย่างไร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ 
และจะได้นามาเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่อไป
            ดังนั้นการเขียนผังงานก็จะมีประโยชน์ เหมาะสาหรับผู้บริหาร
ผู้วิเคราะห์ระบบ ผู้เขียนโปรแกรม และบุคคลอื่นที่ต้องการศึกษา 
ทำให้ทราบถึงความสัมพันธ์ของระบบตั้งแต่เริ่มต้น ว่ามีการปฏิบัติ
แต่ละขั้นตอนอย่างไร ใช้วิธีการอะไรบ้างสุดท้ายจะได้ผลลัพธ์อะไรบ้าง
 เมื่อเข้าใจระบบงานหรือสิ่งที่กาลังศึกษาก็จะช่วยให้สามารถปฏิบัติงาน
และแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Microsoft ฟุ้ง ! Surface Pro 3 ขายได้เร็วและดีกว่ารุ่นก่อน

          ความมั่นใจที่มีต่อ Surface Pro 3 ประกอบกับสรรพคุณที่ Microsoft คุยไว้ในช่วงเปิดตัวว่าแท็บเล็ตรุ่นนี้จะสามารถเข้ามาแทนที่คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คได้ อาจเป็นสิ่งที่เข้ามากระตุ้นให้ยอดขายทำได้ดีกว่าที่คาดหวังไว้



          ตามรายงานการเปิดเผยผลประกอบการธุรกิจของ Microsoft ในไตรมาสล่าสุด ส่วนหนึ่งมาจากยอดขายแท็บเล็ตตระกูล Surface คิดเป็นมูลค่ากว่า 409 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหนึ่งในยอดขายดังกล่าวมาจาก Surface Pro 3 ที่ Microsoft ยกให้เป็นแท็บเล็ตที่ขายได้เร็ว และดีกว่ารุ่นก่อนหน้านี้มาก แต่ทั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยว่า Surface Pro 3 ขายไปเป็นจำนวนเท่าใดในไตรมาสล่าสุดนี้ ทั้งนี้หากมองในเรื่องของยอดขาย Surface Pro 3 ที่ทำได้ค่อนข้างดี อาจเป็นผลพวงมาจากการตัดสินใจลดราคามาอยู่ที่ 799 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินราวๆ 25,000 บาท จากเดิมที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 32,000 บาท ในรุ่น Surface Pro 2
          ในขณะที่แพลตฟอร์ม Windows 8.1 เป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูดที่ทำให้ลูกค้าหลายคนยอมรับและหันมาเลือกใช้งานมากขึ้นในระดับหนึ่งเช่นกัน
ที่มา WPCentral